Author Archives: admin

ท่านรู้จักมักจี่อะคริลิคกันมาเต็มที่หรือไม่ยังแล้วเช่นไรคือสิ่งที่น่าสนใจ?

อะคริลิค คือสิ่งไร

บางคนร้องเรียก อะคริลิคพลาสติก (acrylic plastic) หรือไม่พลาสติก อะคริลิค ขณะที่อีกหลายบุคคลเรียกว่า กระจก อะคริลิค (acrylic glass) หรือไม่ร้องเรียกย่อๆ แค่กระบิ อะคริลิค อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเรียกชื่อต่างกันอย่างไรก็ดี ทุกคนก็หมายความว่าพลาสติกชนิดเดียวกันเป็น โพลิเมทิลเมทาไครเลต หรือไม่พีเอ็มเอ็มเอ (poly(methyl methacrylate), PMMA) พร้อมด้วยสูตรเคมีของพลาสติกชนิดนี้คือ C5H8O2

คุณลักษณะ

– เชี่ยวชาญแปรรูปได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นการงอ ตัด พับเจาะ หรือไม่ก็การทำให้คดขึ้นรูป

– มีน้ำหนักเบากว่ากระจกเงาที่มีขนาดและความหนาที่เสมอกัน

– ประกอบด้วยความโปร่งใส ใส และทึบแสง ให้คัดเลือกใช้

– นิยมใช้ในชิ้นงานอุตสาหกรรมแปรรูป ตัวอย่างเช่น การขึ้นรูปของสินค้าการทำชั้นแสดงสินค้าการทำให้ตรงหลายอย่าง

 

คุณสมบัติ อะคริลิค ที่น่าดึงดูด

  1. มีความหนาแน่นประเมิน 1.15-1.19 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร
  2. มีจุดหลอมละลายที่อุณหภูมิ 130-140 องศา และจุดเดือดที่อุณหภูมิ 200 องศา
  3. มีความคงทนถาวรต่อการกระทบ (impact strength) สูงกว่าแก้วและโพลิสไตรีน แต่ต่ำกว่าโพลิคาร์บอเนตและพลาสติกวิศวกรรมชนิดอื่น
  4. อะคริลิค พลาสติกประกอบด้วยเนื้ออ่อนแล้วจึงเกิดรอยครูดขีดได้กล้วยๆ
  5. แสงอาจจะเพ่งมองผ่านเนื้อพลาสติกได้ถึงเปอร์เซ็นต์ 92 และมีการสะท้อนกลับที่ผิวประมาณอัตราร้อยละ 4
  6. ประกอบด้วยความทนต่อสิ่งแวดล้อมได้เปรียบพลาสติกชนิดอื่น เช่น โพลิคาร์บอเนต จึงนิยมใช้อะคริลิค พลาสติกกับชิ้นงานที่โล่งแจ้งด้วย
  7. อะคริลิค พลาสติกไม่ทนต่อตัวทำละลายหลายชนิด

ติดตามต่อที่  www.acrylic-vtf.com

เคล็ดในการเลือกชุดเดรสแฟชั่นเกาหลีให้ใส่ต้องตาต้องใจคล้ายเทพี

ผู้หญิงสะโพกใหญ่ไหล่แคบ

เราเอ่ยผู้หญิงที่มีหุ่นดังนี้ว่า Pear-shaped รูปร่างลูกแพร์ ชุดเดรสที่น่าจะคัดเลือกควรจะเป็นชุดเดรสแฟชั่นเกาหลี ที่ไม่สั้นมากจนเกินไป คือให้ความยาวเกือบถึงเข่าหรือเลยหัวเข่าไปนิดเดียว เพราะเดรสสั้นมาก จะไปเน้นให้เห็นตะโพกที่กว้างได้อย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงบ่า ส่วนข้างบนเป็นคอวี หรือไม่เปิดบ่าจะช่วยทำให้รูปทรงคุณดูได้ขนาดขึ้น

 

ผู้หญิงซูบผอมโครงเล็ก

สมควรเลือกสรรชุดเดรสแฟชั่นเกาหลี ที่มีเลเยอร์ ดูมีหลายชั้น เดรสที่มีกลวิธีระบายโป่งฟู สีสว่างๆ จะช่วยซ่อนเร้นอำพรางทรวดทรงผอมให้ดูผ่องใสขึ้นมาได้ หรือไม่ก็หาแจ็คเก็ตหรือไม่คาร์ดิแกนมานุ่งทับกับเดรสอีกทีก็เป็นอีกหนึ่งวิธีเลือกขา

 

ผู้หญิงเอวหนา

คือสัดส่วนแบบ Apple-shaped ทรงแอปเปิ้ล ยามเลือกชุดเดรสแฟชั่นเกาหลี ต้องเลือกสรรแบบที่ทำให้ทรวดทรงดูเพรียวslim สูงขึ้น ไม่ใส่สายรัดเอวเส้นใหญ่ หรือไม่เดรสที่มีออกแบบเย้ายวนใจให้มองไปยังส่วนกลางของร่างกาย แต่ถ้าตั้งใจใส่สายรัดเอวเพื่อที่จะไม่ให้เดรสโป่งบวมดูตัวอุดตันก็ให้เลือกสายรัดเอวเส้นเล็กๆ หรือไม่จะเป็นออกแบบสายโซ่น่าจะเหนือชั้นกว่า

 

เสริมเติมเคล็ดการคัดเครื่องแต่งกายให้เหมาะสมกับรูปร่างกันมั่งนะคะ อย่างที่รู้ๆกันอยู่แล้วว่าการแต่งตัวสมควรเลือกจากลักษณะหุ่นของตนเองเป็นสำคัญ การคัดใส่เครื่องแต่งกาย เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมกับทรวดทรงของตนเองรวมถึงโครงหน้าของคุณๆ ด้วยเว้นแต่ว่าจะเป็นเหตุให้คุณงามตา มีความชอบแล้ว ยังเป็นเหตุให้ตัวคุณมีความมั่นใจเพิ่มพูน ต้องเชื่อที่นี้นะคะ http://ganskashop.com

 

วัสดุอุปกรณ์เพื่อกันแสงแดดด้วยเต็นท์พับได้

ประเทศไทย เป็นบ้านเมืองเขตร้อน แดดที่ส่องมา มีความน่ากลัวมากมาย  อีกทั้ง รังสีต่างๆ ที่มาพร้อมแสงอาทิตย์ มีผลกระทบทำให้เกิดการยอมรับพร้อมกับหนัง  รวมถึงภูมิอากาศที่ร้อนอบ และฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาล คือปัญหามากๆ เพราะด้วยพ่อค้า ตามตลาดนัด ปราศจากหลังคาคลุม

เต็นท์พับได้  จึงคืออีกหลักการหนึ่งที่มีการพ้องกัน ในการปกป้องความร้อนจากแสงแดด และยังมีความคล่องในการขนถ่ายไปในที่มากมาย สามารถพับเก็บและแผ่ได้   ซึ่งวัสดุอุปกรณ์เต็นท์พับได้ มีหลากหลายคุณลักษณะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเค้าโครงเต็นท์ รวมถึง ผ้าประทุนเต็นท์ ที่มีให้เลือกสรรหลากหลายหลายอย่าง  แต่ที่มีใช้กันในบ้านเรา ก็จะมีเช่นนี้

โครงเต็นท์พับได้ มีหลายคุณลักษณะ สมควรตรวจสอบดังนี้

  1. น้ำหนักของโครงสร้างเต็นท์พับได้ น้ำหนักโครงยิ่งมาก ยิ่งคงทนถาวร
  2. ประกับ (มี/ไม่มี) ของเต็นท์พับได้

2.1 ประกบเหล็ก

จุดดี ช่วยเหลือไม่ให้โครงของเต็นท์พับได้ หักได้ง่ายๆ

จุดบกพร่อง  ผ้าประทุนเต็นท์ค่อนข้างจะเข้าไปในซอกของประกับเหล็ก เวลากางจะทำให้ผ้าขาดได้ง่าย

2.2 ประกับ PVC

จุดดี  ช่วยไม่ให้โครงของเต็นท์พับได้ หักออกได้ง่ายดาย  , แก้ปัญหาผ้าฉีกขาดเวลากาง

  1. ผ้าหลังคาเต็นท์ เนื่องด้วยเต็นท์พับได้ มีให้เลือกอยู่มากมายหลายอย่าง แต่ละชนิดมีอายุการใช้งานที่ผิดแผกแตกต่างกัน
  2. งานปะสำหรับผ่าเต็นท์ ของเต็นท์พับได้ ที่มีการนำเข้ามาจาก ต่างประเทศ (จีน) จะแตกต่างกับการเย็บของไทย (บางโรงงาน)
  3. งานปะจากจีน เป็นการประกบผ้า ต่อจากนั้นเดินฝีเข็ม 1 ฝีเข็ม
  4. งานปุปะของประเทศไทย คือการประกบผ้า ต่อจากนั้นเดิมฝีเข็ม 2 ฝีเข็ม หรือ เดินคู่
  5. งานเย็บของไทย (บางโรงงาน) เป็นการประกบผ้า จากนั้นเดินฝีเข็มแบบโพ้ง 5 ฝีเข็ม กำจัดปัญหาเรื่องโดนลมแรงๆ กับน้ำหยดตามรอยปะ

jthtent.com มีสิ่งสำคัญ ที่ส่งผลลัพธ์ต่อวิธีการซ่อมที่ไม่ควรมองข้ามในการคัดใช้เต็นท์พับได้

  1. กระแสลม เป็นตัวสำคัญในการเป็นเหตุให้ผ้าเต็นท์แยกขาด ตามตะเข็บการปุปะ
  2. น้ำฝนซึมตามร่องรอยซ่อม

สรุป ง่ายๆ แบบนี้  การเลือกสรร  เต็นท์พับได้ ให้ดูที่  น้ำหนักโครงร่าง  ประกับ  ผ้าหลังคาเต็นท์  พร้อมด้วยงานซ่อม

พระหยกที่ใช้วัสดุจากหยกแต่ละชนิดแตกต่างอย่างไรกัน

หยกเป็นหินชนิดหนึ่งมีหลายสีที่นิยมคือ สีเขียว มีคุณสมบัติที่ดีในหลายๆ ด้าน คนจีนจะนิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ภาชนะต่างๆ เครื่องราง เพื่อป้องกันตัวและแกะสลักเป็นรูปวัตถุมงคลต่างๆ เช่น พระหยก ปีเซียะ กิเลน สิงโต เจ้าแม่กวนอิม กำไล แหวน สร้อยคอ ฯลฯ

พระหยกได้ชื่อว่าเป็นอัญมณีจากสวรรค์ เชื่อว่าพระหยกมีพลังเร้นลับสามารถผลักดันความเป็นศิริมงคลมาให้แก่ผู้บูชา ซึ่งสืบทอดความเชื่อนี้มาแต่โบราณ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ประมาณ 7,000 ปีมาแล้ว ในสมัยพระนางซูสีไทเฮา ก็ได้ทำชุดหยกขึ้นไว้เตรียมใส่ในวันสวรรคต เพราะเชื่อว่าหยกนั้นจะได้รักษาร่างกายไม่ให้เน่าเปื่อยเนื่องจากหยกจะดูดซับความเย็นเอาไว้ ชุดหยกที่พระนางซูสีไทเฮาใส่นั้นมีทั้งหมวกคลุมศีรษะ ชุดทั้งตัว มีถุงมือ รองเท้า

ชนิดของหยก

หยกมี 2 ชนิด คือ เจไดต์ และ เนไฟรด์ ซึ่งพระหยกมีความแข็งแกร่ง เนื้อละเอียดสวยงาม เหมาะสำหรับแกะสลักเป็นรูปต่างๆ เช่น เนไฟรด์ในโบราณนิยมนำมาแกะเป็นอาวุธและแกะเป็นรูปมังกร ถือว่าเป็นเครื่องนำโชค ได้มีการพบหยกเจไดต์จากแคว้นคะฉิ่นในพม่าตอนเหนือติดกับจีน หยกเจไดต์มีหลายสีคือ เขียว ม่วงลาเวนเดอร์  ชมพู ฟ้า สีส้มอมเหลือง ขาว แดง น้ำตาล ดำ ที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ คือหยกเจไดต์สีเขียวมรกตที่เราเรียกว่า หยกจักพรรดิ์ ที่งดงามที่สุดเม็ดเดียวมีราคาหลายร้อยล้านบาท

พระหยกมีหลายชนิดแบ่งเป็น 3 เกรดที่พบทั่วไป

1. หยกA หรือ พระหยกธรรมชาติหรือหยกที่เจียระไนเป็นรูปต่างๆ เสร็จแล้วขัดด้วยเที่ยนไข ไม่มีการตกแต่งวัสดุหรือสีเข้าไปในเนื้อหยก พระหยกสีธรรมชาติที่สวยและคุณภาพสูงหาได้ยาก

2. หยกB หรือ พระหยกเคลือบด้วยพลาสติกหรือหยกที่อาบน้ำ โดยนำหินหยกไปแช่น้ำกรดไฮโดรคลอลิคเพื่อกัดเอาสนิมโลหะและสิ่งสกปรกในเนื้อหยกออกจนหมด แล้วนำไปชุบสารละลายพลาสติกแข็ง สารละลายพลาสติกจะซึมเข้าไปในเนื้อหยกและเคลือบผิว ทำให้หยกคืนสภาพ ดูสดใสเหมือนหยกที่มีคุณภาพสูง เนื้อแก้วซึ่งคนทั่วไปแยกไม่ได้ เพราะเหมือนหยกธรรมชาติมาก ทุกวันนี้พระหยกที่ขายทั่วไป90% เป็นหยกB หยกA มีราคาหนึ่งสูงมาก หยก B จะอยู่ที่ 100-1,000 บาท เท่านั้น

3. หยกC คือหยก B ที่ใส่สีหรือย้อมสีเข้าไป เช่น สีเขี่ยว ม่วงแดง เป็นต้น

การวัดคุณภาพโต๊ะเขียนหนังสือเด็ก

การตรวจสอบคุณภาพโต๊ะเขียนหนังสือเด็กที่ดีนั้น ให้ดูจากการผลิตลิ้นชัก ลิ้นชักคุณภาพสูงจะมีรางเลื่อนที่แข็งแรง โดยใช้เหล็กทำล้อเลื่อน ให้แน่ใจว่าถึงแม้ในลิ้นชักจะใส่ของหนักไว้ก็ยังสามารถเปิดปิดได้อย่างไม่ติดขัด และควรจะเปิดออกมาได้สุด เพื่อที่จะได้ใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มที่ เราสามารถตรวจสอบคุณภาพของโต๊ะทำงานไม้ได้จากลิ้นชักอีกเช่นกัน โดยโต๊ะที่มีคุณภาพสูงจะประกอบลิ้นชักด้วยสลักลิ้นเชื่อมต่อ แทนที่จะใช้ตัวเย็บหรือกาว และด้านล่างของลิ้นชักควรจะทำด้วยไม้อัดมากกว่าแผ่นพลาสติกเมลานิน

สำหรับโต๊ะลามิเนทนั้น ควรจะดูจากชนิดของลามิเนทถ้าลามิเนทมีความหนาจะยิ่งดี จะทนต่อรอยด่าง รอยขีดข่วน รอยบวมน้ำ และรอยอื่น ๆ ได้ดีกว่าลามิเนทที่บาง ยิ่งไปกว่านั้น โต๊ะที่มีราคาแพงโดยมากจะมีมุมที่มีลักษณะมน มากกว่ามุมเหลี่ยม

สิ่งแรกที่บ่งชี้ได้ถึงคุณภาพของโต๊ะเหล็กก็คือความหนาของแผ่นเหล็ก โดยประเมินได้จากความรู้สึกถึงความแข็งแรงของการประกอบและน้ำหนักโดยรวมของโต๊ะ และอีกจุดที่ควรจะสังเกตก็คือลักษณะลิ้นชักเวลาปิด โต๊ะที่ประกอบไม่ดี จะมีช่องว่างระหว่างลิ้นชักกับโต๊ะ

ความคงทน

การรับประกันอาจสามารถบ่งบอกถึงอายุการใช้งานได้ โดยทั่วไปโต๊ะทำงานระดับกลางจะมีการรับประกันอยู่ที่ 5 ถึง 15 ปี ในขณะที่โต๊ะคุณภาพสูงจะออกแบบให้คงทนถาวร ใช้ได้ตราบนานเท่านาน

ส่วนที่มักจะถูกใช้งานหรือถูกสัมผัสมากที่สุดคือขอบโต๊ะ โดยเฉพาะตรงมุมและตรงกลางใกล้กับเก้าอี้ คุณอาจจะลองตรวจสอบการลอกหลุดหรือบิ่นของขอบโต๊ะได้ และที่สำคัญภาพรวมของโต๊ะทำงานต้องดูมีความแข็งแรงมั่นคงค่ะ

 

 

ธุรกิจอาหารย่อมต้องคงอยู่อย่างเสถียรตราบที่มนุษย์ยังคงดำรงชีพด้วยการกินอาหาร

12

ในภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ล้วนแล้วแต่เป็นภาวะการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้แต่ละประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับผลกระทบอันหลากมิติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งในปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกก็มักประสบกับปัญหาข้างต้นนั้นอยู่ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดการชะลอตัวอันขยายวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นประเทศมหาอำนาจทั้งสองขั้ว หรือประเทศยักษ์ใหญ่ในฝั่งยุโรปก็ตาม ถึงแม้จะมีการรวมกลุ่มก้อนเพื่อเกื้อหนุนกันทางเศรษฐกิจ หรือสร้างสถานการณ์ต่อรองทางอำนาจใด ๆ ก็ตาม ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นมากมายนัก และปัญหาทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่เป็นตัวฉุดรั้งทำให้เกิดผลกระทบในระบบเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน แม้กระทั่งประเทศไทยเองก็ตาม ส่วนภัยธรรมชาติก็เป็นปัญหาสำคัญที่หลายประเทศต่างต้องเผชิญกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติของฤดูกาลจนทำให้ผลผลิตการเกษตรต่าง ๆ ในหลายประเทศได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย เป็นต้น นี่เป็นตัวอย่างคร่าว ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอันหลากมิติที่เกิดขึ้นจริงทั่วทุกมุมโลกในขณะนี้

อย่างไรก็ตามไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดหรือเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม จะเป็นเช่นใด มนุษย์ก็ยังคงต้องดำรงชีพด้วยการกินอยู่ดี ดังนั้น ธุรกิจอาหารย่อมต้องคงอยู่อย่างเสถียรตราบที่มนุษย์ยังคงดำรงชีพด้วยการกินอาหาร นั่นเป็นสัจนิรันดร์ และในโลกแห่งไซเบอร์ปัจจุบัน เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัยเฉียบไวนั้นเป็นเครื่องมืออันชาญฉลาดที่มนุษย์ได้พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งย่อโลกให้แคบลงอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกคนสามารถรับข้อมูลข่าวสารได้อย่างทั่วถึง และเรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากทั่วทุกมุมโลกได้ง่ายดายและรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส จนบางครั้งเกิดเป็นภาวะการเสพติดไอทีที่ขยายวงกว้างไปทั่วโลก แต่ในทางกลับกันเป็นการสื่อให้รู้ว่าสิ่งที่ธุรกิจอาหารจะขาดไม่ได้ก็คือการติดต่อสื่อสารนั่นเองซึ่งต้องรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อเข้าสู่ระบบของธุรกิจได้ง่ายที่สุดและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง

ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจขนาดย่อมประสบความสำเร็จ

ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจขนาดย่อมประสบความสำเร็จ
ธุรกิจขนาดใหญ่จะได้เปรียบและมีโอกาสมากกว่าธุรกิจขนาดย่อมแต่ธุรกิจขนาดย่อมก็สามารถเผชิญกับปัญหาและดำรงอยู่ได้ สร้างความเจริญเติบโตโดยการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และปัจจัยอื่นๆ ดังนี้

1.การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) การสร้างศักยภาพและความได้เปรียบทางการแข่งขันโดยอาศัยองค์ประกอบต่อไปนี้

– มีความยืดหยุ่น (Flexiblity) จากข้อจำกัดของธุรกิจขนาดใหญ่ที่แม้ว่า จะได้เปรียบธุรกิจเล็ก ในด้านการผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมาก ด้วยต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ต่ำกว่า แต่ก็ไม่อาจปรับเปลี่ยน การผลิตได้อย่างรวดเร็วเมื่อความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง เพราะการปรับเปลี่ยนแต่ละครั้งต้องจ่ายค่าใช้จ่ายสูง ไม่คุ้มทุน ในขณะที่ธุรกิจขนาดย่อมสามารถปรับตัวได้รวดเร็วกว่า ในการที่จะสนองความต้องการเฉพาะ ของลูกค้าด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า ฉะนั้นผู้ประกอบการจะต้องรู้จักใช้โอกาสนี้

– สร้างนวัตกรรม (Innovation) นวัตกรรมในการผลิตหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ มักมีจุดเริ่มต้นมาจาก นักประดิษฐ์อิสระ และจากกิจการขนาดเล็กในขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่ มักจะพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมีพื้นฐานการประดิษฐ์คิดค้น จากผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กให้ดีกว่าเดิม และพยายามทำกำไร หรือหาผลตอบแทน จากการลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์ และ โรงงาน ผู้ประกอบกิจการขนาดเล็กจำเป็นต้องสร้างนวัตกรรม หรือสิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น รวมทั้งการปรับปรุงของเก่าให้ดีขึ้นด้วย จึงจะสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้

2.การบริหารธุรกิจขนาดย่อม ( Small Business Administration (SBA) แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ

– นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product innovation) เป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ รวมถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีกว่าเดิม

– นวัตกรรมบริการ (Service innovation) เสนอบริการที่แตกต่างและดีกว่าเดิมหรือเหนือกว่าคู่แข่งขัน

– นวัตกรรมกระบวนการ (Process innovation) เป็นการคิดค้นกระบวนการใหม่ ๆ ทั้งการผลิตสินค้าและบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

– นวัตกรรมการบริหารจัดการ (Management innovation) เป็นการคิดหาวิธีการ จัดการที่มีประสิทธิภาพใหม่ ๆ เพื่อจัดการกับทรัพยากรของกิจการให้ได้ประโยชน์สูงสุด

3.สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Close Relationship to Customers) ในเมื่อธุรกิจขนาดเล็กอยู่ใกล้ชิดกับลูกค้า จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการจะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ด้วยการสร้างสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า และเสนอสินค้าและบริการพิเศษให้เป็นที่พึงพอใจของลูกค้า

4.ผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ (Product Quality) ภายใต้สภาพการแข่งขันอย่างรุนแรงของธุรกิจ วิธีที่จะทำให้ธุรกิจขนาดเล็กประสบความสำเร็จได้ จะต้องผลิตสินค้าหรือบริการ ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในระดับที่ลูกค้า ต้องการ ในราคาที่เต็มใจจะจ่าย โดยผู้ประกอบการจะต้องรักษาคุณภาพให้มีความสม่ำเสมอ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าพอใจ และต้องการ มากกว่าผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งขัน ดังนั้น ผู้ประกอบการจะต้องสร้างคุณภาพในตัวสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐานเพราะไม่เพียงแต่ จะรักษาลูกค้าเดิมได้ยังเป็นการเพิ่มลูกค้าใหม่ได้อีกมาก นอกจากนี้ผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ถึงสิ่งที่จะทำให้สามารถ ดำเนินการให้ประสบความสำเร็จได้

ทักษะและประสบการณ์จะเป็นคุณสมบัติสำคัญที่นายจ้างต้องการจากพนักงาน

3

แม้ว่าทักษะและประสบการณ์จะเป็นคุณสมบัติสำคัญที่นายจ้างต้องการจากพนักงาน แต่ไม่ว่าคุณจะเก่งกาจขนาดไหน หากไม่มีทัศนคติที่ดีควบคู่กันไปแล้ว องค์กรของคุณก็จะไม่อาจเกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่สมดุลได้ คนทำงานจึงควรพร้อมด้วย 5 ทัศนคติเชิงบวกต่อไปนี้ เพื่อความก้าวหน้าและความสำเร็จไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็ตาม เคารพผู้อื่นไม่เฉพาะแต่ผู้ที่มีอาวุโสกว่าเราเท่านั้นที่เราควรเคารพและให้เกียรติ แต่เราควรเคารพทุก ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือแม้แต่คนที่มีตำแหน่งต่ำกว่าเรา เราควรปฏิบัติต่อพวกเขาด้วยความสุภาพ แม้เราอาจไม่เห็นด้วยกับเขาในบางเรื่อง แต่ก็ควรโต้แย้งด้วยความสุภาพและให้เกียรติเสมอ ภูมิใจในตนเองคนที่มีความภูมิใจในตนเองเกี่ยวกับงานที่ตนทำมีแนวโน้มที่จะทุ่มเทเพื่อความสำเร็จ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นายจ้างมองหา ความภูมิใจไม่ได้หมายความว่า เราจะหยิ่งทะนงไม่ยอมรับความช่วยจากผู้อื่น แต่หมายถึง เราภูมิใจในผลงานที่ออกมาจากความทุ่มเทของเราและอยากจะทำให้มันดีขึ้น ๆ เรื่อย ๆ

เมื่อพนักงานรับปากแล้วควรทำให้ได้ เพราะนอกจากจะแสดงถึงความรับผิดชอบแล้วการรับปากทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ยังทำให้พนักงานต้องใช้ความพยายามมากขึ้นเพื่อจะทำงานนั้นให้สำเร็จ ซึ่งเป็นการพัฒนาการทำงานและความคิดของตนไปด้วย พนักงานที่มีความคิดริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ ชอบที่จะคิดนอกกรอบ เพื่อค้นหาวิธีที่แตกต่างในการทำสิ่งเดียวกัน คืออีกคุณสมบัติหนึ่งที่องค์กรต้องการ แม้สิ่งที่คิดอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แม้จะล้มเหลว แต่คนที่มีทัศนคติเช่นนี้จะไม่หยุดคิดอะไรใหม่ ๆ ตลอดเวลา และสามารถสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ที่เป็นที่ยอมรับและประสบความสำเร็จได้สักวัน คนมีน้ำใจอยู่ที่ไหนใคร ๆ ก็รัก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ หรือช่วยเพื่อนร่วมงานให้ทำงานสำเร็จก็ล้วนแต่สำคัญทั้งสิ้น ยิ่งเรามีน้ำใจต่อผู้อื่นมากเท่าไร เราก็จะมีคนอยากร่วมงานกับเรามากเท่านั้น และเพิ่มโอกาสได้รับมอบหมายงานที่สำคัญมากขึ้นด้วย

การสร้างทัศนคติที่ดีในการทำงานจะช่วยให้เรามีการพัฒนาตัวเองมากขึ้น

3

คนทำงานบางคนกำลังคิด และตั้งคำถามกับตัวเองว่ากำลังจะหมดไฟในการทำงานหรือไม่ เมื่อเริ่มสำรวจตัวเอง เราพบว่าการทำงานในแต่ละวันของเราเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ขาดแรงจูงใจในการทำงาน และไม่อยากทำงานที่ทำอยู่ในปัจจุบันอีกต่อไปแล้ว นี่อาจเป็นหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าเรากำลังหมดไฟในการทำงาน อาการหมดไฟในการทำงานของคนทำงาน เห็นได้จากอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน ไม่ใช่ร่างกายของเรา แต่เป็นจิตใจของเราต่างหากที่เหนื่อยอ่อน แล้วทำให้เราคิดไปว่า เราไม่สามารถทำงานได้ต่อไปหมดไฟในการทำงานอีกแล้ว หรือชีวิตทำงานของเราไม่ตื่นเต้นเร้าใจเหมือนวันก่อน ๆ บางครั้ง เราอาจรู้สึกว่าตัวเองมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้ทั้งชีวิตส่วนตัวและการทำงานเริ่มไม่มีความสุข และท้ายที่สุด เราก็ต้องหางานใหม่ เพราะคิดว่างานใหม่จะดีกว่างานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน บางครั้ง เราอาจะต้องยอมรับว่าการลาออกหรือมองหางานใหม่ ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด แต่เป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาที่ดีที่สุดต่างหาก หลายคนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เราจึงจะไม่หมดไฟในการทำงาน หรืออย่างน้อยที่สุด คือรู้สึกไม่เบื่อที่จะต้องไปทำงานทุกวัน เคล็ดลับเหล่านี้ จะช่วยให้คนทำงานรู้สึกมีความสุขในการทำงาน แม้ว่าจะผ่านไปหลายปีแล้ว ก็ยังคงรู้สึกเหมือนว่าเรายังคงตื่นเต้นกับการทำงานอยู่เสมอ

สร้างทัศนคติที่ดีในการทำงาน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราหมดไฟในการทำงานอย่างรวดเร็ว น่าจะมาจากการที่เราชอบคิดเล็กคิดน้อย บางคนชอบคิดว่าการไม่ใช่คนโปรดของเจ้านาย ทำให้เติบโตในหน้าที่การงานช้ากว่าคนอื่น แต่ความเป็นจริงแล้ว อาจเป็นเพราะเรายังทุ่มเทไม่มากพอต่างหาก เราจึงไม่ก้าวหน้าเสียที การเปลี่ยนแนวคิดเพื่อให้เกิดทัศนคติในการทำงานที่ดี จะช่วยให้เรามีแรงใจในการทำงานมากขึ้น พยายามอย่าคิดว่าเพราะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ให้คิดว่าต้องทำอย่างไรเราจึงจะทำงานได้ดีขึ้น อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น หากเราทำงานดีก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะฉะนั้น ต้องไม่ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม หรือคนรอบข้างที่จะสร้างความไม่สบายใจให้กับเรา ต้องยอมรับว่าบางคนหมดไฟในการทำงานเร็ว เพราะมีทัศนคติด้านลบมากเกินไปในการทำงาน การเพิ่มความคิดด้านบวกจะทำให้เรายังคงทำงานได้อย่างมีความสุข

เคล็ดลับการออม สำหรับช่วงเริ่มสร้างครอบครัว

เคล็ดลับการออมสำหรับคนวัยต่างๆมีด้วยกันดังนี้ โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเริ่มสร้างครอบครัว ช่วงขยายครอบครัว ช่วงการงานมั่นคง และปิดท้ายด้วยช่วงการเกษียณ โดยมีแนวทางการวางแผนเตรียมความพร้อมเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตบั้นปลายด้วยกันดังนี้

1.ทำบัญชีรับจ่าย และประเมินฐานะการเงิน โดยเริ่มจากการประเมินฐานะทางการเงินของตัวเองก่อน  ด้วยการจดบัญชีรายรับ และรายจ่ายที่มีในแต่ละเดือน เพื่อคำนวณความสามารถในการออมและ การจดบัญชีอย่างสม่ำเสมอช่วยให้รู้และแยกแยะค่าใช้จ่ายที่จำเป็นได้ เช่น การผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือค่าบัตรเครดิต และค่าอื่นๆ  เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้เงินของให้รัดกุมมากขึ้น

2.วางแผนภาษี หากเป็นผู้มีเงินได้และต้องเสียภาษี อย่าลืมใช้สิทธิประโยชน์จากค่าลดหย่อนภาษี เช่น ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนของบุตร ค่าลดหย่อนของบิดามารดา ค่าลดหย่อนจากเบี้ยประกันชีวิต หรือค่าลดหย่อนจากการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เพราะ สิทธิประโยชน์พื้นฐานเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ควรศึกษาและใช้ประโยชน์ เพราะจะช่วยลดรายจ่ายได้อีกทางหนึ่ง

3.บริหารเงิน สร้างรายได้จากการลงทุน นอกจากจะต้องลดภาระและค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว การเพิ่มรายได้ก็เป็นเรื่องสำคัญที่สามารถบริหารเงินออมให้สร้างรายได้มากขึ้น แทนที่จะฝากเงินไว้ที่ธนาคาร อย่างเช่น การลงทุนการค้า หรือธุรกิจที่ตัวเองมีความรู้ความชำนาญ เพราะจะให้โอกาสผลตอบแทนสูงในระยะยาวแต่ความเสี่ยงก็สูงด้วย

ดังนั้นการเริ่มออมเงินช่วงอายุของการเริ่มต้นทำงาน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะเริ่มวางแผนทางการเงินไปพร้อมกับการเริ่มชีวิตของวัยทำงาน เพราะคนวัยนี้ต้องมีความรับผิดชอบที่สูงขึ้น ฉะนั้นเมื่อเริ่มมีรายได้เป็นของตัวเองแล้วจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการบริหารเงินอย่างเหมาะสมและต้องสร้างนิสัยการออมอย่างสม่ำเสมอ การออมที่จะประสบความสําเร็จนั้นผู้ออมจะต้องมีวินัยในการออมที่ดี ก็จะช่วยทำให้มีเงินทุนไว้ใช้ในยามเกษียณอายุที่เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตในปั้นปลายชีวิตและครอบครัว เพียงเท่านี้ก็จะสามารถสร้างสุขให้กับตนเองและครอบครัวได้แล้ว

แนวคิดของธุรกิจเครือข่ายต่อผู้บริโภค

9cfeeb331a9a93a201c62cd020d142d4
ปัจจุบันมีรูปแบบวิธีการดำเนินธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย เมื่อพูดถึงการทำการค้าหลายคนนึกถึงว่าต้องใช้เงินทุนมาก, ต้องจ้างแรงงานจำนวนมาก, ต้องผลิตสินค้า, ต้องมีโรงงาน, ต้องมีทำเลหน้าร้าน ฯลฯ จึงจะทำให้พวกเราส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองสักที เพราะขาดเงินทุน ขาดคนมีฝีมือที่ไว้วางใจได้ ธุรกิจเครือข่ายจะเป็นเส้นทางที่ดีที่สุดเส้นทางหนึ่ง ที่พร้อมจะเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงเสมอ ธุรกิจเครือข่ายที่ใช้วิธีการแนะนำบอกต่อนี้จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าการตลาดแบบทั่วๆไป คือ ความสามารถในการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภคที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นได้แบบไม่จำกัดจำนวน โดยอาศัยเพียงการแนะนำสินค้าหรือชักชวน จากหนึ่งคนไปทำการแนะนำกับคนอีกหลายๆคน ก็จะเกิดการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภค และคนทำธุรกิจไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

ธุรกิจเครือข่าย เป็นระบบธุรกิจการตลาดรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่สร้างรายได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องมีความเสี่ยงและไม่ต้องลงทุนเงินเป็นจำนวนมากเหมือนกับการทำธุรกิจทั่วๆไป เพียงเริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี และเมื่อเกิดความประทับใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็ทำการแนะนำบอกต่อให้คนที่รู้จักได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีนั้นเหมือนกับตนเป็นการโฆษณาแบบปากต่อปาก เมื่อมีการซื้อผลิตภัณฑ์ใช้ตามคำบอกเล่าจากผู้แนะนำ ก็จะทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการโฆษณาและพ่อค้าคนกลาง เหมือนกับการตลาดแบบเดิม ที่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคจะต้องผ่านระบบพ่อค้าคนกลาง

ระบบธุรกิจนี้จะใช้หลักการกระจายสินค้า โดยตัวของผู้บริโภคสินค้าโดยตรงเป็นสำคัญ เป็นผู้กระจายสินค้าและบริการให้กับทางบริษัทขายตรงนั้นเอง ในลักษณะของการเป็นตัวแทนอิสระหรือผู้จำหน่ายอิสระ โดยผู้บริโภคท่านนั้นๆจะต้องเข้าเป็นสมาชิกของบริษัทขายตรงนั้น เพื่อเข้าร่วมรับสิทธิในผลประโยชน์ทางการตลาดต่างๆ ซึ่งทางบริษัทขายตรงนั้นกำหนดให้ เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการกระจายสินค้าและบริการสู่ผู้บริโภคท่านอื่นๆ ต่อไป ร่วมทั้งยังได้รับผลประโยชน์ในการชักจูงผู้บริโภครายใหม่ๆเข้ามาเป็นสมาชิกร่วมในทีมงานของตนอีกด้วย ซึ่งถือว่าการชักจูงสมาชิกใหม่ ให้เข้าสู่ระบบเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดหรือเป็นหัวใจสำคัญ สำหรับระบบงานขายตรงก็ว่าได้

การทำธุรกิจครอบครัว เพิ่มโอกาสในการก่อร่างสร้างตัวได้

การทำธุรกิจที่ใช้ลักษณะการบริหารและจัดตั้งในรูปแบบครอบครัวนั้นเป็นวิธีการทำธุรกิจที่ได้รับความนิยมกันอย่างมาก เพราะการทำธุรกิจในรูปแบบที่ดำเนินการทุกอย่างด้วยตนเองทั้งหมดค่อนข้างมากซึ่งธุรกิจที่ดำเนินการบุกเบิกด้วยตนเองทั้งหมดมีโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้ค่อนข้างสูง ฉะนั้นการทำธุรกิจครอบครัวจึงเป็นรูปแบบที่ยึดครองหัวใจของผู้ประกอบการหลายคนซึ่งการทำธุรกิจในรูปแบบครอบครัวนี้มีข้อดีด้วยกัน คือ
1.ได้ความร่วมมืออย่างเต็มที่จากทุกฝ่าย ซึ่งผู้ประกอบการอาจจะหาไม่ได้เลยหากต้องไปจัดตั้งธุรกิจในรูปแบบอื่นๆ
2.ทำงานแบบใจถึงใจการมอบหมายงานในเรื่องต่างๆจึงสามารถทำได้ง่ายและเข้าใจรวดเร็วกว่าการมอบหมายงานผ่านพนักงานที่เป็นคนนอก
3.มีทางเลือกในการแก้ไขปัญหาที่หลากหลายซึ่งการทำธุรกิจในลักษณะครอบครัวนั้นแน่นอนว่าทุกคนในบริษัทต่างก็มีที่มาจากต้นตระกูลเดียวกัน ความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาจึงมีทางออกมากขึ้นกว่าเดิมเป็นพิเศษ
4.มีวัฒนธรรมในองค์กรเฉพาะตัวเพราะทุกคนจะรู้หน้าที่และมารยาทของการทำงานในหน้าที่ของตนว่าควรที่จะอยู่ซึ่งข้อดีตรงนี้ส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัทมีประสิทธิภาพและใช้เวลาในการทำงานน้อยลงอีกด้วย
5.ความลับบริษัทไม่มีวันรั่วไหลเนื่องจากการทำธุรกิจถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนภายในบริษัทจะต้องช่วยกันเก็บรักษาเอาไว้ไม่ให้เรื่องรั่วไหลออกไปสู่ภายยนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการรั่วไปอยู่ในมือของคู่แข่งซึ่งถือเป็นเรื่องที่อันตรายมากที่สุด
6.เงินทองไม่รั่วไหลเนื่องมาจากผู้บริหารพนักงานต่างก็เป็นญาติหรือบุคคลภายในครอบครัวด้วยกัน จึงเป็นไปได้ยากที่เงินทองจะรั่วไหลออกไปสู่ภายนอกโดยที่ผู้ประกอบการไม่รู้ตัวจึงสบายใจได้ในว่าทรัพย์สินจะไม่หายไปไหน เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ยังหมุนเวียนอยู่ในบริษัท

ดังนั้นการทำธุรกิจครอบครัวนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมพร้อมและปรับตัวเพื่อรับความท้าทายหากต้องการอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของกติกาการค้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ผู้ที่ต้องการจะเริ่มทำธุรกิจครอบครัวควรจะมีความรู้ ความสามารถในด้านนี้มาโดยตรง เพื่อที่จะสามารถต่อยอดทางธุรกิจให้เจริญเติบโตต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ฝึกฝนการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยตนเองได้ไม่ยากอย่างที่คิด


คงมีคนหลายคนที่มีความฝันอยากเป็นผู้ประกอบการ อยากเป็นเจ้านายของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วยังมีหลายเงื่อนไขที่ทำให้ยังไปไม่ถึงจุดนั้น และด้วยเหตุผลที่ว่า เรายังมีค่าใช้จ่ายประจำและมีภาระที่ต้องดูแลอยู่ทุกเดือน ทำให้การลาออกจากบริษัทเพื่อมาทำตามฝันนั้นดูจะยากไปสักนิด แต่รู้ไหมว่าในขณะที่เรายังต้องเป็นพนักงานให้กับบริษัทอื่นอยู่นั้น เราก็สามารถที่จะพัฒนาศักยภาพในการทำธุรกิจของตัวเองและเตรียมตัวก่อนที่จะไปเป็นผู้ประกอบการอย่างที่หวังในอนาคตได้ด้วยวิธีเหล่านี้

1.สมมุติตัวเองเป็นCEO
ความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง การเริ่มต้นคิดและลงมือทำสิ่งต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นจะทำให้เข้าใกล้เป้าหมายเร็วขึ้น ลองเริ่มต้นจินตนาการว่าเราเป็น CEO ในแผนกที่ทำงานอยู่ และตั้งเป้าหมายขึ้นมาว่าจะทำอะไรให้สำเร็จในระหว่างที่เราบริหารงานองค์กรนี้ได้บ้าง หลังจากนั้นลองวางแผนงานให้เป็นระบบ เลือกใช้เครื่องมือต่างๆ มาช่วยในการทำงาน โดยอย่าลืมสำรวจตัวเองเป็นระยะๆ ว่าแนวทางการทำงานที่ทำอยู่นั้นส่งผลดีผลเสียให้แก่องค์กรหรือไม่ มีส่วนไหนที่จะสามารถปรับปรุง ลดทอน หรือเพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อช่วยให้องค์กรที่เราดูแลอยู่ได้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้ต้นทุนต่ำสุด และเพิ่มผลกำไรหรือผลประโยชน์สูงสุด ตัวอย่างเช่นถ้าทำงานเ็ป็นผู้จัดการแผนกขาย แทนที่จะทำให้ได้ยอดขายตามเป้าไปเรื่อยๆ อาจลองกำหนดเป้าหมายเพิ่มเติมขึ้นมา เช่นเพิ่มกำไรให้มากขึ้นด้วยการบริหารจัดการต้นทุน หรือเปิดตลาดใหม่ๆ นอกเหนือจากตลาดปัจจุบัน หรือพัฒนาสินค้าใหม่ให้ตรงกับความต้องการตลาดมากขึ้น แล้ววางแผนและประสานงานให้ดำเนินไปตามทิศทางนั้น การทำงานอยู่บนพื้นฐานความคิดว่าเราเป็นผู้บริหารหรือเจ้าของบริษัทเช่นนี้ นอกจากจะได้ฝึกฝนวิธีคิดแบบผู้บริหารที่จะต้องโฟกัสไปที่ผลลัพธ์และเป้าหมายซึ่งมีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจต่อไปในอนาคตแล้ว งานที่รับผิดชอบก็จะเป็นงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งตัวเราเองและองค์กรด้วย

2.สร้างแรงบันดาลใจ
บรรดาผู้ประกอบการรายใหม่ๆ มักจะมีเงินส่วนที่เป็นรางวัลให้พนักงาน เช่นโบนัสหรือคอมมิชชั่นไม่ค่อยมากนัก เนื่องจากผลประกอบการยังมีไม่มากพอจะทำเช่นนั้นได้ แต่ก็จะมีช่องทางที่สามารถให้โอกาสแก่เหล่าพนักงานให้มีส่วนร่วมกันหาทางทำเงินเพิ่มกำไรใ้ห้บริษัทในทางอื่นๆ แล้วค่อยแบ่งปันผลกำไรให้เป็นรางวัลความพยายามแก่พนักงานได้ การให้โอกาสพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของบริษัทและให้รางวัลตอบแทนเช่นนี้ สามารถแรงบันดาลใจให้พนักงานรู้สึกกระตือรือร้นในการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ตามที่หวังไว้ได้มากขึ้น ลองฝึกฝนการเป็นผู้นำผู้สร้างแรงบันดาลใจให้ลูกทีมดูโดยสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกทีมในแผนกหรือองค์กรที่ทำงานอยู่ โดยการผลักดันไอเดียใหม่ๆ ของลูกทีมที่เกี่ยวข้องกับงานที่เรารับผิดชอบ คอยให้กำลังใจและชื่นชมเมื่อลูกทีมทำงานได้สำเร็จ รวมถึงช่วยให้คำแนะนำเมื่อติดปัญหา คุณสมบัติการเป็นผู้นำที่สามารถผลักดันให้ลูกน้องพัฒนาและเติบโตได้ด้วยตัวเองนี้จะติดตัวไปเมื่อคุณได้เริ่มมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งอาจช่วยทำให้องค์กรเติบโตและพัฒนาได้ด้วยพลังของทีมงาน

3.ทำโปรเจ็คคู่ขนานไปกับงานที่ทำ
ในความเป็นจริงอาจจะไม่จำเป็นต้องรอลาออกจากงานก่อนแล้วเริ่มธุรกิจของตัวเองก็ได้ อาจจะลองเริ่มต้นทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองควบคู่ไปกับการทำงานประจำ โดยอาจจะเจียดเวลาสัก 1-2 ชั่วโมงตอนเย็นของทุกวัน หรือใช้เวลาวันหยุดสุดสัปดาห์มามองหาโอกาสในการทำธุรกิจ แล้วเริ่มต้นคิดและจดบันทึกสิ่งที่คิดว่าสามารถทำได้ และค่อยๆ พัฒนาโปรเจ็คขึ้นมาโดยใช้เวลาว่างจากการทำงานประจำ ธุรกิจที่อาจพอทำได้ในสถานการณ์เช่นนี้อาจจะเป็นโปรเจ็คง่ายๆ ไม่ซับซ้อนนัก เช่นซื้อของมาขายทางอินเตอร์เน็ตหรือขายที่ตลาดนัดวันเสาร์อาทิตย์เป็นต้น ซึ่งการได้ลองทำธุรกิจควบคู่ไปกับการทำงานประจำเช่นนี้นอกจากจะเป็นการกระจายความเสี่ยงหากธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จแล้ว ยังเป็นการพิสูจน์ทฤษฎีของตัวเราเอง ถ้าธุรกิจประสบความสำเร็จก็เป็นสิ่งที่เพิ่มความมั่นใจให้กับเราว่ามาได้ถูกทางแล้ว แต่ถ้าผิดพลาดอย่างน้อยก็ทำให้เรารู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดและสิ่งใดควรหลีกเลี่ยงไม่ทำในอนาคต และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นแบบไหนอย่างน้อยเราก็จะได้ทักษะและวิธีคิดในการทำธุรกิจด้านในด้านหนึ่งติดตัวกลับมาอย่างแน่นอน

4.ยอมรับข้อผิดพลาด
การนำเสนอความคิดใหม่ๆ นั้น บางอย่างก็สามารถนำไปต่อยอดจนประสบความสำเร็จได้มากมาย แต่ก็ยังมีอีกหลากหลายแนวคิดที่ไม่สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ อย่างไรก็ตามการเสนอความคิดเหล่านี้ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็น่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง โดยเฉพาะความคิดที่ผิดก็สามารถใช้เป็นประสบการณ์เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในครั้งต่อไป ดังนั้นในการฝีกฝนการบริหารงานในฐานะเจ้าของธุรกิจจึงไม่ควรมองข้ามการฝึกฝนคำพูดเชิงให้กำลังใจและยอมรับข้อผิดพลาดของพนักงานในหน่วยงานที่รับผิดชอบ ลองมอบรางวัลให้กับความพยายามที่จะเสนอไอเดียแม้ว่าจะนำไปใช้ไม่ได้ก็ตาม แทนที่การตำหนิต่อว่าที่บั่นทอนกำลังใจ เพราะการลงโทษเช่นนั้นจะทำให้ลูกทีมของเราไม่กล้าแสดงความคิดเห็นและจะทำให้องค์กรหยุดพัฒนาไปข้างหน้า

5.กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายมากขึ้น
โดยปกติแล้วในทุกๆ ธุรกิจก็จะมีการตั้งเป้าหมายเอาไว้อยู่แล้ว ความทะเยอยานของเราจะนำสู่เป้าหมายที่สูงขึ้น แต่การกำหนดจุดมุ่งหมายที่สูงขึ้นนั้นจะต้องอยู่ในขอบเขตที่เราสามารถทำได้จริง และจะต้องระบุเป้าหมายให้แน่ชัด รวมถึงต้องลงรายละเอียดให้ลึกว่าแต่ละคนในทีมมีหน้าที่ทำอะไรและจะไปถึงจุดมุ่งหมายได้อย่างไร และต้องย้ำกันในทีมบ่อยๆ ถึงแผนที่วางเอาไว้เพื่องานดำเนินไปอย่างราบรื่น วิธีการกำหนดเป้าหมายท้าทายเช่นนี้จะช่วยให้ทีมมีมาตรฐานการทำงานที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

ถึงแม้เราจะยังไม่ได้มีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่อย่างน้อยเราก็ยังสามารถฝึกฝนและหาประสบการณ์ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้นได้ไม่ยาก เพียงลองมองเรื่องใกล้ๆ ตัวเพื่อปรับมุมมองความคิดของตัวเองให้เป็นผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้นจริงๆ

การเริ่มต้นธุรกิจ SMEs ควรเริ่มต้นอย่างมีหลักการและเหตุผลที่เป็นระบบ

23

SMEs หรือ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นธุรกิจฐานรากของระบบเศรษฐกิจไทย สร้างผลผลิต สร้างงาน สร้างรายได้ ให้เกิดขึ้นในประเทศ SMEs เป็นพลังขับเคลื่อนในการสร้างอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ปัญหาของ SMEs ที่มีมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน เช่น การขาดความรู้ความชำนาญในการประกอบการ การตลาด เงินทุนและเทคโนโลยี เป็นต้น สำหรับปัญหาเร่งด่วน 2 ปัญหาหลักของ SMEs ไทย คือ ปัญหาด้านการเงินและปัญหาด้านการตลาด  ขณะนี้ในภาครัฐกำลังเร่งสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและบริการภาครัฐให้มีความพร้อมและกระจายอย่างทั่วถึงเพื่อลดปัญหาและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ มีการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการและยกระดับทักษะของแรงงานใน SMEs เร่งการส่งเสริมความเชื่อมโยงและการรวมกลุ่มวิสาหกิจ การเชื่อมโยงนี้ยังมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาและวางรากฐานเพื่อให้เกิดการเติบโต ในวิสาหกิจยุทธศาสตร์สำคัญเฉพาะกลุ่ม ซึ่งประกอบด้วย (1) วิสาหกิจส่งออก โดยเน้นการวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ของผลิตภัณฑ์ทีมีโอกาสและศักยภาพสูงในตลาดส่งออก รวมทั้งการยกระดับสินค้าไปสู่ตลาดที่สูงขึ้น การสร้างผู้ประกอบการใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการที่ใช้ฐานความรู้สมัยใหม่ เพื่อให้เป็นพลังขับเคลื่อนหลักในการสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจไทย การสร้างมูลค่าเพิ่ม การสร้างงานและสร้างรายได้ และ (2)วิสาหกิจชุมชน ให้มีการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาในท้องถิ่นในการผลิตสินค้าและบริการให้ตรงกับความต้องการของตลาดและมีคุณภาพสูงรวมทั้งเชื่อมโยงและเกิดการพัฒนาร่วมกัน ส่วนในภาคประชาชนก็จะต้องช่วยในการสร้างเสริมและอุดหนุน SMEs ให้เติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน

การเริ่มต้นธุรกิจ SMEs ควรเริ่มต้นอย่างมีหลักการและเหตุผลที่เป็นระบบ เพื่อการดำเนินงานอย่างมีแบบแผน มีลำดับขั้นตอนและเพื่อความผิดพลาดที่น้อยที่สุดทั้งนี้ต้องอาศัยการเตรียมการล่วงหน้า ด้วยการวางแผนงานที่ดี มีการคาดการณ์อนาคต และคิดวิธีการรองรับไว้อย่างมีประสิทธิภาพ แผนธุรกิจ (Business Plan) มีความสำคัญมากสำหรับการเริ่มต้นและการดำเนินธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการทุกขนาด เพราะแผนธุรกิจจะเป็นบทสรุปแห่งกระบวนการคิด และการตัดสินใจ ที่จะถ่ายทอดความคิดของผู้ทำธุรกิจออกมาเป็นช่องทางแห่งโอกาสทางธุรกิจ แผนธุรกิจจึงเปรียบเสมือนแผนที่ในการเดินทางทางธุรกิจ ที่ช่วยกำหนดทิศทาง รวมถึงชี้แนะขั้นตอนการดำเนินงานต่างๆ เพื่อการก้าวย่างทางธุรกิจในโลกแห่งการแข่งขันที่กว้างใหญ่และรุนแรงในปัจจุบัน

ถ้าตั้งใจเริ่มธุรกิจตั้งแต่อายุยังน้อย ต้องเรียนรู้อะไรบ้าง

shorelinesma.com

การเริ่มต้นธุรกิจต้องทำอย่างจริงจัง จึงจะประสบความสำเร็จ จะเห็นได้จากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังไม่มาก ทำให้คนวัยหนุ่มสาวเริ่มสนใจที่จะทำธุรกิจของตนเองขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำธุรกิจต้องอาศัยพลังใจเป็นสิ่งสำคัญ อาศัยการฟังจากผู้ที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อน แล้วยึดเป็นแบบอย่าง มีนักธุรกิจที่อายุยังน้อยหลายท่านได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับธุรกิจของตนไว้มากมาย ในทีนี้จะขอยกตัวอย่างข้อที่สำคัญ และสามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ง่าย

1.ควรรู้ในสิ่งที่ไม่รู้ นักธุรกิจส่วนใหญ่เชื่อว่าที่ประสบความสำเร็จได้เพราะมาจากฝีมือตัวเองทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วเราจะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย เพราะไม่มีใครสามารถทำธุรกิจได้ด้วยการเริ่มต้นทำด้วยตัวคนเดียว

2.อย่าให้ความวุ่นวายมาทำลายคุณค่าของคุณ นักธุรกิจหลายคนรู้สึกดีว่าการทำงานที่ยุ่งเป็นความภาคภูมิใจประชุมต่อเนื่อง ทำบางสิ่งบางอย่างตลอดเวลา และรู้สึกดีเหลือเกินที่สามารถทำอะไรได้มากเหลือเกินในเวลาเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วจะประสบความสำเร็จได้นั้นมีน้อยมาก ถึงจะทำงานตลอดเวลาแต่เมื่อเทียบกับผลที่ได้รับกลับไม่คุ้มค่าเลย

3.จงดีต่อทุกคน หลายคนซ่อนความกังวลไว้ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ภายในใจเขาอาจไม่มีความสุขเลย บางคนอาจมีภาระที่ต้องแบกรับ ดังนั้นเราจึงควรถามไถ่ใครสักคนว่าชีวิตเขาเป็นอย่างไรบ้าง

4.จงเก่งเฉพาะทาง อย่าคิดว่าตนเองสามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริงไม่มีใครทีเก่งไปในทุกเรื่องได้ จงบอกว่าคุณเก่งอะไรแม้ถึงจะเป็นสิ่งน้อยนิดก็ตาม สิ่งนี้จะทำให้คุณได้รับความเชื่อถือมากกว่า เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณสามารถทำได้จริงๆ

5.กำไรเป็นสิ่งสำคัญ การสร้างรายได้มหาศาลให้แก่ธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ แต่ถ้าไม่สามารถสร้างผลกำไรได้ตามที่ตั้งไว้นั่นแสดงให้เห็นว่าธุรกิจอาจต้องล้มเหลว เพราะผลกำไรเป็นสิ่งที่บอกว่าธุรกิจของคุณไปในทิศทางใด

หนุ่มสาวหลายคนได้เห็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วใช้บุคคลเหล่านี้เป็นแรงจูงใจให้แก่ตนเอง แต่การทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นักธุรกิจหลายคนที่เราได้เห็นเขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายกว่าจะประสบความสำเร็จได้ และจากที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสิ่งที่นักธุรกิจสมัยใหม่ใช้เป็นแนวทางในการประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ